- office.cpu.ac.th/bba1/file/10-buscom.docoffice.cpu.ac.th/bba1/file/10-buscom.docoffice.cpu.ac.th/bba1/file/10-buscom.doc
วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555
- sites.google.com/site/supoldee/ngan-wicay-thekhnoloyi-4-gsites.google.com/site/supoldee/ngan-wicay-thekhnoloyi-4-g
วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555
ประเภทของอีเมล
ประเภทของ e-mail
อี-เมล์ (E-mail) ย่อมาจาก Electronic mail (แปลว่า ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์) หมายถึงการสื่อสารหรือการส่งข้อความ โน้ต หรือบันทึกออกจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ผ่านไปเข้าเครื่องปลายทาง (Terminal) หรือเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งโดยส่งผ่านทางระบบเครือข่าย (Network) ผู้ส่งจะต้องมีเลขที่อยู่ (E-mail address) ของผู้รับ และผู้รับก็สามารถเปิดคอมพิวเตอร์เรียกข่าวสารนั้นออกมาดูเมื่อใดก็ได้ โดยปกติ จะไม่มีการพิมพ์ข้อความหรือข่าวสารนั้นลงแผ่นกระดาษ นับว่าเป็นการประหยัดกระดาษไปได้ส่วนหนึ่ง โดยทั่วไป ถือกันว่าเป็นงานส่วนหนึ่งของสานักงานอัตโนมัติ (Office automation) ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอันมาก
E-mail คือ จดหมาย ที่ใช้รับส่งกันโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ บางแห่งใช้เฉพาะภายใน บางแห่งใช้เฉพาะภายนอกองค์กร (สาหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ Internet) การใช้งานก็เหมือนกับเราพิมพ์ข้อความในโปรแกรม Word จากนั้นก็คลิกคาสั่ง เพื่อส่งออกไป โดยจะมีชื่อของผู้รับ ซึ่งเราเรียกว่า Email Address เป็นหลักในการรับส่ง
ประเภทของ e-mail
e-mail มี 3 ประเภท คือ
1. POP (Post Office Protocol Version)
POP จะมีการทำงานในแบบที่เรียกว่า Offline Model กล่าวคือเวลาทำงาน E-mail Client จะเชื่อมต่อกับ Mail Server จากนั้นจะ Download และลบ E-mail ออกจาก Server หรือ Download เพียงอย่างเดียวแล้วทิ้ง E-mail ไว้บน Server ภายหลังจากที่ E-mail ถูก Download มาที่เครื่อง Client เรียบร้อยแล้ว Client จะตัดการเชื่อมต่อออกจาก Server หลังจากนั้น E-mail จะถูก Process ที่เครื่อง Client ทั้งหมด ข้อได้เปรียบของการทำงานแบบนี้ก็คือ Client แต่ละเครื่องใช้เวลาในการเชื่อมต่อกับเครื่อง Mail Server น้อยมากอีกทั้งยังต้องการเนื้อที่เก็บ E-mail บน Server น้อยด้วยเช่นกัน แต่ข้อเสียก็คือไม่สามารถอ่าน E-mail จาก Client เครื่องอื่นได้อีกหากว่าเรา Set ให้ลบ Mail บน Server หลังจาก Download เสร็จ หรือ ไม่สามารถบอกได้ว่า Mail ฉบับไหนเคยอ่านไปแล้วบ้าง หากเรา Set ค่าแบบ ให้ทิ้ง E-mail ไว้บน Server อีกประการหนึ่งคือเครื่อง Client จะต้องมีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากเป็นผู้ Process E-mail ด้วยตนเอง
2. IMAP (Internet Message Access Protocol Version)
IMAP จะมีการทำงานในแบบที่เรียกว่า Online Model ผสานกับ Disconnected Model กล่าวคือ การจัดการและการ Process E-mail ทั้งหมดจะถูกจัดการที่ Server เพียงอย่างเดียว Client มีหน้าที่เพียงแค่อ่าน E-mail หรือส่งคำสั่งไป Process E-mail บน Server เท่านั้น แบบนี้มีข้อดีก็คือท่านสามารถอ่าน E-mail จากที่ใดก็ได้ เนื่องจาก E-mail จะถูกเก็บอยู่ใน Server เสมอ และจะมีสถานะบอกด้วยว่า E-mail ฉบับใดมาใหม่ ฉบับใดมีการอ่านหรือตอบกลับไปแล้ว แต่ข้อเสียก็คือ Server จะต้องเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง และในระหว่างการอ่านหรือ Process E-mail เครื่อง Client จะต้องเชื่อมต่อกับ Server ตลอดเวลา ดังนั้นจึงทำงานได้ช้ากว่าแบบ POP
3. WEB Based
Web Base Mail เช่น อีเมล์ของ hotmail.com, chaiyo.com ซึ่งหากต้องการใช้งานอีเมล์เหล่านี้ จะต้องใช้งานโดยผ่านทางเว็บบราวเซอร์ เช่น Internet Explorer, Firefox ก็สามารถเข้าเช็คอีเมล์หรือเขียนอีเมล์ได้อย่างสะดวก ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเสมอไป เพราะโปรแกรมอีเมล์ดังกล่าวได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี Web-based Application ที่ใช้โปรแกรมเว็บบราวเซฮร์เป็นเครื่องมือในการเปิดโปรแกรมใช้งาน จึงทำให้โปรแกรมอีเมล์สามารถทำงานได้เหมือนกับการเข้าไปดูเว็บไซต์ทั่วไป
ข้อดีของ POP คือ
ข้อเสียของ POP คือ
E-mail คือ จดหมาย ที่ใช้รับส่งกันโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ บางแห่งใช้เฉพาะภายใน บางแห่งใช้เฉพาะภายนอกองค์กร (สาหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ Internet) การใช้งานก็เหมือนกับเราพิมพ์ข้อความในโปรแกรม Word จากนั้นก็คลิกคาสั่ง เพื่อส่งออกไป โดยจะมีชื่อของผู้รับ ซึ่งเราเรียกว่า Email Address เป็นหลักในการรับส่ง
ประเภทของ e-mail
e-mail มี 3 ประเภท คือ
1. POP (Post Office Protocol Version)
POP จะมีการทำงานในแบบที่เรียกว่า Offline Model กล่าวคือเวลาทำงาน E-mail Client จะเชื่อมต่อกับ Mail Server จากนั้นจะ Download และลบ E-mail ออกจาก Server หรือ Download เพียงอย่างเดียวแล้วทิ้ง E-mail ไว้บน Server ภายหลังจากที่ E-mail ถูก Download มาที่เครื่อง Client เรียบร้อยแล้ว Client จะตัดการเชื่อมต่อออกจาก Server หลังจากนั้น E-mail จะถูก Process ที่เครื่อง Client ทั้งหมด ข้อได้เปรียบของการทำงานแบบนี้ก็คือ Client แต่ละเครื่องใช้เวลาในการเชื่อมต่อกับเครื่อง Mail Server น้อยมากอีกทั้งยังต้องการเนื้อที่เก็บ E-mail บน Server น้อยด้วยเช่นกัน แต่ข้อเสียก็คือไม่สามารถอ่าน E-mail จาก Client เครื่องอื่นได้อีกหากว่าเรา Set ให้ลบ Mail บน Server หลังจาก Download เสร็จ หรือ ไม่สามารถบอกได้ว่า Mail ฉบับไหนเคยอ่านไปแล้วบ้าง หากเรา Set ค่าแบบ ให้ทิ้ง E-mail ไว้บน Server อีกประการหนึ่งคือเครื่อง Client จะต้องมีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากเป็นผู้ Process E-mail ด้วยตนเอง
2. IMAP (Internet Message Access Protocol Version)
IMAP จะมีการทำงานในแบบที่เรียกว่า Online Model ผสานกับ Disconnected Model กล่าวคือ การจัดการและการ Process E-mail ทั้งหมดจะถูกจัดการที่ Server เพียงอย่างเดียว Client มีหน้าที่เพียงแค่อ่าน E-mail หรือส่งคำสั่งไป Process E-mail บน Server เท่านั้น แบบนี้มีข้อดีก็คือท่านสามารถอ่าน E-mail จากที่ใดก็ได้ เนื่องจาก E-mail จะถูกเก็บอยู่ใน Server เสมอ และจะมีสถานะบอกด้วยว่า E-mail ฉบับใดมาใหม่ ฉบับใดมีการอ่านหรือตอบกลับไปแล้ว แต่ข้อเสียก็คือ Server จะต้องเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง และในระหว่างการอ่านหรือ Process E-mail เครื่อง Client จะต้องเชื่อมต่อกับ Server ตลอดเวลา ดังนั้นจึงทำงานได้ช้ากว่าแบบ POP
3. WEB Based
Web Base Mail เช่น อีเมล์ของ hotmail.com, chaiyo.com ซึ่งหากต้องการใช้งานอีเมล์เหล่านี้ จะต้องใช้งานโดยผ่านทางเว็บบราวเซอร์ เช่น Internet Explorer, Firefox ก็สามารถเข้าเช็คอีเมล์หรือเขียนอีเมล์ได้อย่างสะดวก ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเสมอไป เพราะโปรแกรมอีเมล์ดังกล่าวได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี Web-based Application ที่ใช้โปรแกรมเว็บบราวเซฮร์เป็นเครื่องมือในการเปิดโปรแกรมใช้งาน จึงทำให้โปรแกรมอีเมล์สามารถทำงานได้เหมือนกับการเข้าไปดูเว็บไซต์ทั่วไป
ข้อดีของ POP คือ
- อยู่ในเครื่อง อ่านเมื่อไรก็ได้
- Offline จึงเร็ว
- Upload ครั้งเดียว สั่ง Disconnect ได้
ข้อเสียของ POP คือ
- ถ้า Download มาแล้ว จะไม่อยู่ใน server
- ผู้ให้บริการที่มีชื่อ ดี ๆ มีน้อย
- จำกัดว่าต้อง อ่านกับเครื่องที่ setup ไว้
- เปิดที่ใดก็ได้ ที่มีโปรแกรมสำหรับ IMAP อยู่
- ไม่มี banner กวนใจเหมือน Web based
- ทำงานได้เร็ว ในรูปแบบ Online
- Attach file ได้ง่าย
- ถ้าการเชื่อมต่อช้า การติดต่อก็จะช้าไปด้วย
- ต้องมีโปรแกรมที่ใช้ในการนี้ ในเครื่องที่ใช้
- มีลูกเล่นไม่มาก นอกใช้ function หลักสำหรับ mail
- ใช้ browser ตัวใดก็ได้ เปิดอ่าน mail
- เปิดจากเครื่องใดก็ได้ที่ มีโปรแกรม browser
- มักมีบริการเสริมหลายอย่างประกอบ เช่นดูด pop ได้
- ช้าเพราะมีระบบ graphic ใน sponsor มาก
- บางเว็บที่ให้บริการมีปัญหาภาษาไทย
- มักช้ากว่าการเปิด mail แบบอื่น
ขั้นตอนการขอใช้บริการอีเมล
ขั้นตอนการขอใช้บริการ
- ทำการของบัญชีผู้ใช้งานที่สำหนักคอมพิวเตอร์(ระบบจะทำการสร้างบัญชีผู้ใช้งานจดหมายอีเล็กทรอนิกส์ที่ ๆ ต้นชั่วโมง ดังนั้น ถ้าขอบัญชีตอน 11:05 จะสามารถใช้งานได้ในเวลาประมาณ 12:10 เป็นต้น)
- ทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน โดยใช้บัญชีผู้ใช้งานของสำนักคอมพิวเตอร์
- ทำการเปลี่ยนได้ที่ http://mail.buu.ac.th/ChangePasswd.aspxx
- ทำการเปลี่ยนได้ที่เครื่องที่สำนักคอมพิวเตอร์ให้บริการโดยการกด Ctrl + Alt + Del แล้วเลือก Change Password
- เมื่อทำการเปลี่ยนรหัสผ่านแล้วจะสามารถใช้งานได้ที่ WindowsLive
- โดยอีเมล์จะเป็น รหัสนิสิต@live.buu.ac.th
- รหัสผ่านจะเป็น รหัสผ่านที่นิสิตกำหนดขึ้นมา
- สามารถดูเอกสารประกอบได้ ที่นี่
การเขียนและการส่งจดหมาย
การเข้าถึงจดหมายจากกล่องรับจดหมาย:
Cc (ก๊อปปี้คาร์บอน)
กรอกที่อยู่อีเมล์ของผู้รับลงในช่อง Cc .
Bcc (ก๊อปปี้คาร์บอนแบบซ่อน)
กรอกที่อยู่อีเมล์ของผู้รับที่ลงในช่อง Bcc . ผู้รับอื่นจะไม่เห็นที่อยู่ในส่วน Bcc. ผู้รับทั้งหมดจะเห็นที่อยู่ในส่วน Cc .
- คลิ๊ก Inbox บนแถบเมนูหลัก.
- คลิ๊กบนหัวข้อของจดหมายที่คุณต้องการเปิดดู.
- คลิ๊ก Folders บนแถบเมนูหลัก.
- คลิ๊กที่ชื่อช่องเก็บเอกสารที่คุณต้องการเข้าถึง.
- คลิ๊กบนหัวข้อของจดหมายที่คุณต้องการเปิดดู.
- คลิ๊ก Compose บนแถบเมนูหลัก.
- กรองชื่ออีเมล์ของผู้รับในช่อง To . ต้องกรองอีเมล์อย่างน้อย1ชื่อในช่อง.
- (ข้อกำหนดเพิ่มเติม) กรอกชื่ออีเมล์ของผู้รับท่านอื่นเพิ่มเติมในช่อง Cc และ Bcc . (อะไรคือ Cc และ Bcc?)
- (ข้อกำหนดเพิ่มเติม) กรอกชื่อหัวข้อจดหมายในช่อง Subject .
- เขียนข้อความจดหมายของคุณลงในช่องขนาดใหญ่.
- คลิ๊ก Send Message เมื่อคุณเสร็จสิ้นการเขียนข้อความของคุณ. ข้อความยืนยันการส่งจะแสดงขึ้นมาหลังจากจดหมายได้ถูกส่งออกเรียบร้อยแล้ว.
- การเขียนจดหมายใหม่. (วิธีการเขียนและส่งจดหมาย)
- กรอกที่ตั้งพร้อมชื่อไฟล์ที่ต้องการจะแนบในช่อง Attach .
หากคุณไม่ทราบที่ตั้งของไฟล์. ให้คลิ๊กปุ่ม Browse ซึ่งอยู่ถัดจากช่อง Attach . หน้าต่างวินโดว์จะแสดงขึ้นมาเพื่อให้ค้นหา.- เปิดช่องเอกสารซึ่งบรรจุแฟ้มที่คุณจะแนบ. กดบนแฟ้ม. ชื่อของแฟ้มจะปรากฏโดยอัตโนมัติในช่อง File name .
- คลิ๊ก Open. หน้าต่างวินโดว์จะปิดลงไปและชื่อไฟล์ที่จะแนบจะแสดงขึ้นในช่อง Attach .
- คลิ๊ก Send Message.
- เปิดจดหมาย. (วิธีการเข้าถึงจดหมายของคุณ)
- คลิ๊ก Reply เพื่อตอบกลับถึงเจ้าของจดหมายเท่านั้น. คลิ๊ก Reply All เพื่อตอบกลับให้ผู้รับทั้งหมดที่อยู่ในจดหมาย. ข้อความใหม่จะปรากฏพร้อมกับข้อความที่เป็นต้นฉบับ. ใส่หัวเรื่องจดหมายใหม่ที่ช่อง Subject .
- เขียนจดหมายที่ต้องการส่งและคลิ๊ก Send Message.
- เปิดจดหมายขึ้นมา. (วิธีการเข้าถึงจดหมายของคุณ)
- คลิ๊ก Forward.
- ข้อความใหม่จะปรากฏพร้อมกับข้อความต้นฉบับ และหัวเรื่องจะแสดงในช่อง Subject .
- กรอกที่อยู่อีเมล์ที่คุณต้องการจะส่งจดหมายต่อ. จะต้องกรอกที่อยู่อีเมล์อย่างน้อย1ชื่อ.
- เขียนข้อความของคุณ.
- คลิ๊ก Send Message. (วิธีการเขียนและส่งจดหมาย)
Cc (ก๊อปปี้คาร์บอน)
กรอกที่อยู่อีเมล์ของผู้รับลงในช่อง Cc .
Bcc (ก๊อปปี้คาร์บอนแบบซ่อน)
กรอกที่อยู่อีเมล์ของผู้รับที่ลงในช่อง Bcc . ผู้รับอื่นจะไม่เห็นที่อยู่ในส่วน Bcc. ผู้รับทั้งหมดจะเห็นที่อยู่ในส่วน Cc .
6.องค์ประกอบภายในกล่องจดหมาย
หน้ากล่องจดหมาย ซึ่งประกอบด้วยฟังก์ชั่นมากมาย มีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้ เมนูด้านซ้าย: กดลิงค์ กล่องจดหมายที่เมนูด้านซ้าย เมนูด้านซ้ายนี้เป็นส่วนที่เป็นโครงสร้างของบัญชีในการจัดเก็บข้อมูล นอกจากกล่องจดหมาย แล้วยังมีกลุ่มของจดหมายดังนี้
o ติดดาว: คือรายการจดหมายที่เลือกให้ติดดาวไว้เพื่อจัดแยกหมวดหมู่ของจดหมาย
o การแชท: คือรายการการสนทนาผ่าน Google Talk ที่ผ่านมาแล้ว
o จดหมายที่ส่งแล้ว: คือรายการจดหมายที่ถูกส่งออกไปแล้ว
o ร่างจดหมาย: คือรายการจดหมายที่เขียนและบันทึกเป็นร่างจดหมายไว้
o จดหมายทั้งหมด: คือรายการจดหมายทั้งหมดรวมทั้งที่เก็บลงฐานข้อมูล(Archive)ไว้ด้วย
o จดหมายขยะ: คือรายการจดหมายที่ถูกตรวจสอบจากระบบว่าเป็น SPAM
o ถังขยะ: คือรายการจดหมายที่ถูกลบ
· การค้นหา: แบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้
o ค้นหาจดหมาย: สามารถใช้ฟังก์ชั่นเพื่อค้นหาจดหมายได้โดยใส่ข้อความที่เฉพาะเจาะจงในการค้นหาแล้วกดปุ่ม ‘ค้นหาจดหมาย’
o ค้นหาในเว็บ: สามารถใช้ฟังก์ชั่นเพื่อค้นหาข้อมูลในเว็บได้โดยใส่ข้อความที่เฉพาะเจาะจงในการค้นหาแล้วกดปุ่ม ‘ค้นหาในเว็บ’
การอ่านจดหมาย
| หมายถึง จดหมายที่ตอบแล้ว | |
| หมายถึึง จดหมายที่ยังไม่ได้อ่าน | |
| หมายถึง มีแฟ้มข้อมูลส่งมากับจดหมายด้วย | |
| หมายถึง ช่องระบุความต้องการเลือกจดหมายฉบับนั้น |
- หากต้องการอ่านจดหมายฉบับใดให้คลิกที่ชื่อผู้ส่งหรือหัวเรื่องของจดหมายฉบับนั้น
2.5 หากต้องการอ่านจดหมายฉบับก่อนหน้าให้คลิกเครื่องหมาย
2.6 กรณีจดหมายนั้นมีไฟล์แนบมากับจดหมายด้วย สามารถแยกไฟล์ออกจากจดหมายที่ส่งมาได้ดังนี้
2.6.1 จดหมายที่มีไฟล์ส่งมาด้วยจะปรากฏสัญลักษณ์ รูป disket พร้อมชื่อไฟล์ที่ส่งมา
- การเก็บไฟล์ออกจากจดหมายให้คลิกที่สัญลักษณ์ รูป disket จะปรากฏหน้าต่างดังรูป
- คลิก OK เพื่อบันทึกไฟล์ลงในไดเรกทอรีที่ต้องการ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)