วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555

ประเภทของอีเมล

ประเภทของ e-mail

อี-เมล์ (E-mail) ย่อมาจาก Electronic mail (แปลว่า ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์) หมายถึงการสื่อสารหรือการส่งข้อความ โน้ต หรือบันทึกออกจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ผ่านไปเข้าเครื่องปลายทาง (Terminal) หรือเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งโดยส่งผ่านทางระบบเครือข่าย (Network) ผู้ส่งจะต้องมีเลขที่อยู่ (E-mail address) ของผู้รับ และผู้รับก็สามารถเปิดคอมพิวเตอร์เรียกข่าวสารนั้นออกมาดูเมื่อใดก็ได้ โดยปกติ จะไม่มีการพิมพ์ข้อความหรือข่าวสารนั้นลงแผ่นกระดาษ นับว่าเป็นการประหยัดกระดาษไปได้ส่วนหนึ่ง โดยทั่วไป ถือกันว่าเป็นงานส่วนหนึ่งของสานักงานอัตโนมัติ (Office automation) ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอันมาก
E-mail คือ จดหมาย ที่ใช้รับส่งกันโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ บางแห่งใช้เฉพาะภายใน บางแห่งใช้เฉพาะภายนอกองค์กร (สาหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ Internet) การใช้งานก็เหมือนกับเราพิมพ์ข้อความในโปรแกรม Word จากนั้นก็คลิกคาสั่ง เพื่อส่งออกไป โดยจะมีชื่อของผู้รับ ซึ่งเราเรียกว่า Email Address เป็นหลักในการรับส่ง
ประเภทของ e-mail
e-mail มี  3  ประเภท  คือ
1. POP  (Post Office Protocol Version)
POP จะมีการทำงานในแบบที่เรียกว่า Offline Model กล่าวคือเวลาทำงาน E-mail Client จะเชื่อมต่อกับ Mail Server จากนั้นจะ Download และลบ E-mail ออกจาก Server หรือ Download เพียงอย่างเดียวแล้วทิ้ง E-mail ไว้บน Server ภายหลังจากที่ E-mail ถูก Download มาที่เครื่อง Client เรียบร้อยแล้ว Client จะตัดการเชื่อมต่อออกจาก Server หลังจากนั้น E-mail จะถูก Process ที่เครื่อง Client ทั้งหมด ข้อได้เปรียบของการทำงานแบบนี้ก็คือ Client แต่ละเครื่องใช้เวลาในการเชื่อมต่อกับเครื่อง Mail Server น้อยมากอีกทั้งยังต้องการเนื้อที่เก็บ E-mail บน Server น้อยด้วยเช่นกัน แต่ข้อเสียก็คือไม่สามารถอ่าน E-mail จาก Client เครื่องอื่นได้อีกหากว่าเรา Set ให้ลบ Mail บน Server หลังจาก Download เสร็จ หรือ ไม่สามารถบอกได้ว่า Mail ฉบับไหนเคยอ่านไปแล้วบ้าง หากเรา Set ค่าแบบ ให้ทิ้ง E-mail ไว้บน Server อีกประการหนึ่งคือเครื่อง Client จะต้องมีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากเป็นผู้ Process E-mail ด้วยตนเอง
2. IMAP  (Internet Message Access Protocol Version)
IMAP จะมีการทำงานในแบบที่เรียกว่า Online Model ผสานกับ Disconnected Model กล่าวคือ การจัดการและการ Process E-mail ทั้งหมดจะถูกจัดการที่ Server เพียงอย่างเดียว Client มีหน้าที่เพียงแค่อ่าน E-mail หรือส่งคำสั่งไป Process E-mail บน Server เท่านั้น แบบนี้มีข้อดีก็คือท่านสามารถอ่าน E-mail จากที่ใดก็ได้ เนื่องจาก E-mail จะถูกเก็บอยู่ใน Server เสมอ และจะมีสถานะบอกด้วยว่า E-mail ฉบับใดมาใหม่ ฉบับใดมีการอ่านหรือตอบกลับไปแล้ว แต่ข้อเสียก็คือ Server จะต้องเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง และในระหว่างการอ่านหรือ Process E-mail เครื่อง Client จะต้องเชื่อมต่อกับ Server ตลอดเวลา ดังนั้นจึงทำงานได้ช้ากว่าแบบ POP
3. WEB Based
Web Base Mail เช่น อีเมล์ของ hotmail.com, chaiyo.com ซึ่งหากต้องการใช้งานอีเมล์เหล่านี้ จะต้องใช้งานโดยผ่านทางเว็บบราวเซอร์ เช่น Internet Explorer, Firefox ก็สามารถเข้าเช็คอีเมล์หรือเขียนอีเมล์ได้อย่างสะดวก ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเสมอไป เพราะโปรแกรมอีเมล์ดังกล่าวได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี Web-based Application ที่ใช้โปรแกรมเว็บบราวเซฮร์เป็นเครื่องมือในการเปิดโปรแกรมใช้งาน จึงทำให้โปรแกรมอีเมล์สามารถทำงานได้เหมือนกับการเข้าไปดูเว็บไซต์ทั่วไป
ข้อดีของ POP  คือ
  1. อยู่ในเครื่อง อ่านเมื่อไรก็ได้
  2. Offline จึงเร็ว
  3. Upload ครั้งเดียว สั่ง Disconnect ได้

ข้อเสียของ POP  คือ
  1. ถ้า Download มาแล้ว จะไม่อยู่ใน server
  2. ผู้ให้บริการที่มีชื่อ ดี ๆ มีน้อย
  3. จำกัดว่าต้อง อ่านกับเครื่องที่ setup ไว้
ข้อดีของ IMAP  คือ
  1. เปิดที่ใดก็ได้ ที่มีโปรแกรมสำหรับ IMAP อยู่
  2. ไม่มี banner กวนใจเหมือน Web based
  3. ทำงานได้เร็ว ในรูปแบบ Online
  4. Attach file ได้ง่าย
ข้อเสียของ IMAP  คือ
  1. ถ้าการเชื่อมต่อช้า การติดต่อก็จะช้าไปด้วย
  2. ต้องมีโปรแกรมที่ใช้ในการนี้ ในเครื่องที่ใช้
  3. มีลูกเล่นไม่มาก นอกใช้ function หลักสำหรับ mail
ข้อดีของ WEB Based  คือ
  1. ใช้ browser ตัวใดก็ได้ เปิดอ่าน mail
  2. เปิดจากเครื่องใดก็ได้ที่ มีโปรแกรม browser
  3. มักมีบริการเสริมหลายอย่างประกอบ เช่นดูด pop ได้
ข้อเสียของ WEB Based   คือ
  1. ช้าเพราะมีระบบ graphic ใน sponsor มาก
  2. บางเว็บที่ให้บริการมีปัญหาภาษาไทย
  3. มักช้ากว่าการเปิด mail แบบอื่น

ขั้นตอนการขอใช้บริการอีเมล

ขั้นตอนการขอใช้บริการ
  1. ทำการของบัญชีผู้ใช้งานที่สำหนักคอมพิวเตอร์(ระบบจะทำการสร้างบัญชีผู้ใช้งานจดหมายอีเล็กทรอนิกส์ที่ ๆ ต้นชั่วโมง ดังนั้น ถ้าขอบัญชีตอน 11:05 จะสามารถใช้งานได้ในเวลาประมาณ 12:10 เป็นต้น)
  2. ทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน โดยใช้บัญชีผู้ใช้งานของสำนักคอมพิวเตอร์
    1. ทำการเปลี่ยนได้ที่ http://mail.buu.ac.th/ChangePasswd.aspxx
    2. ทำการเปลี่ยนได้ที่เครื่องที่สำนักคอมพิวเตอร์ให้บริการโดยการกด Ctrl + Alt + Del แล้วเลือก Change Password
  3. เมื่อทำการเปลี่ยนรหัสผ่านแล้วจะสามารถใช้งานได้ที่ WindowsLive
    • โดยอีเมล์จะเป็น  รหัสนิสิต@live.buu.ac.th
    • รหัสผ่านจะเป็น   รหัสผ่านที่นิสิตกำหนดขึ้นมา
  4. สามารถดูเอกสารประกอบได้ ที่นี่

การเขียนและการส่งจดหมาย

การเข้าถึงจดหมายจากกล่องรับจดหมาย:
  1. คลิ๊ก Inbox บนแถบเมนูหลัก.
  2. คลิ๊กบนหัวข้อของจดหมายที่คุณต้องการเปิดดู.
วิธีการเข้าถึงจดหมายจากช่องเก็บเอกสารอื่น:
  1. คลิ๊ก Folders บนแถบเมนูหลัก.
  2. คลิ๊กที่ชื่อช่องเก็บเอกสารที่คุณต้องการเข้าถึง.
  3. คลิ๊กบนหัวข้อของจดหมายที่คุณต้องการเปิดดู.
วิธีการเขียนและส่งจดหมาย
  1. คลิ๊ก Compose บนแถบเมนูหลัก.
  2. กรองชื่ออีเมล์ของผู้รับในช่อง To . ต้องกรองอีเมล์อย่างน้อย1ชื่อในช่อง.
  3. (ข้อกำหนดเพิ่มเติม)  กรอกชื่ออีเมล์ของผู้รับท่านอื่นเพิ่มเติมในช่อง Cc และ Bcc .  (อะไรคือ Cc และ Bcc?)
  4. (ข้อกำหนดเพิ่มเติม)  กรอกชื่อหัวข้อจดหมายในช่อง Subject .
  5. เขียนข้อความจดหมายของคุณลงในช่องขนาดใหญ่.
  6. คลิ๊ก Send Message เมื่อคุณเสร็จสิ้นการเขียนข้อความของคุณ. ข้อความยืนยันการส่งจะแสดงขึ้นมาหลังจากจดหมายได้ถูกส่งออกเรียบร้อยแล้ว.
วิธีการส่งไฟล์แนบจดหมาย
  1. การเขียนจดหมายใหม่. (วิธีการเขียนและส่งจดหมาย)
  2. กรอกที่ตั้งพร้อมชื่อไฟล์ที่ต้องการจะแนบในช่อง Attach .

    หากคุณไม่ทราบที่ตั้งของไฟล์. ให้คลิ๊กปุ่ม Browse ซึ่งอยู่ถัดจากช่อง Attach . หน้าต่างวินโดว์จะแสดงขึ้นมาเพื่อให้ค้นหา.
    • เปิดช่องเอกสารซึ่งบรรจุแฟ้มที่คุณจะแนบ.  กดบนแฟ้ม.  ชื่อของแฟ้มจะปรากฏโดยอัตโนมัติในช่อง File name .
    • คลิ๊ก Open.  หน้าต่างวินโดว์จะปิดลงไปและชื่อไฟล์ที่จะแนบจะแสดงขึ้นในช่อง Attach .
  3. คลิ๊ก Send Message.
*บันทึก: สามารถแนบไฟล์ขนาดใดก็ได้. อย่างไรก็ตาม, พื้นที่เก็บจดหมายของคุณจะจำกัดอยู่ที่ 6MB.  จดหมายที่ถูกส่งออกทั้งหมดจะถูกเก็บอยู่ในช่องเอกสารส่ง.  การแนบไฟล์ใหญ่ๆอาจจะทำให้พื้นที่ในช่องเอกสารส่งจดหมายของคุณไม่เพียงพอ.  คุณสามารถเลือกที่จะไม่เก็บรักษาจดหมายส่งออกได้โดยการตั้งค่าการใช้งาน. (วิธีการปรับปรุงตั้งค่าการใช้งาน)วิธีการตอบกลับจดหมาย
  1. เปิดจดหมาย. (วิธีการเข้าถึงจดหมายของคุณ)
  2. คลิ๊ก Reply เพื่อตอบกลับถึงเจ้าของจดหมายเท่านั้น. คลิ๊ก Reply All เพื่อตอบกลับให้ผู้รับทั้งหมดที่อยู่ในจดหมาย. ข้อความใหม่จะปรากฏพร้อมกับข้อความที่เป็นต้นฉบับ.  ใส่หัวเรื่องจดหมายใหม่ที่ช่อง Subject .
  3. เขียนจดหมายที่ต้องการส่งและคลิ๊ก Send Message.
วิธีการส่งต่อจดหมาย
  1. เปิดจดหมายขึ้นมา. (วิธีการเข้าถึงจดหมายของคุณ)
  2. คลิ๊ก Forward.
  3. ข้อความใหม่จะปรากฏพร้อมกับข้อความต้นฉบับ และหัวเรื่องจะแสดงในช่อง Subject .
  4. กรอกที่อยู่อีเมล์ที่คุณต้องการจะส่งจดหมายต่อ. จะต้องกรอกที่อยู่อีเมล์อย่างน้อย1ชื่อ.
  5. เขียนข้อความของคุณ.
  6. คลิ๊ก Send Message. (วิธีการเขียนและส่งจดหมาย)
อะไรคือ Cc และ Bcc?
Cc (ก๊อปปี้คาร์บอน)
กรอกที่อยู่อีเมล์ของผู้รับลงในช่อง Cc .

Bcc (ก๊อปปี้คาร์บอนแบบซ่อน)
กรอกที่อยู่อีเมล์ของผู้รับที่ลงในช่อง Bcc . ผู้รับอื่นจะไม่เห็นที่อยู่ในส่วน Bcc.
 ผู้รับทั้งหมดจะเห็นที่อยู่ในส่วน Cc .

6.องค์ประกอบภายในกล่องจดหมาย

หน้ากล่องจดหมาย ซึ่งประกอบด้วยฟังก์ชั่นมากมาย มีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้  เมนูด้านซ้าย: กดลิงค์ กล่องจดหมายที่เมนูด้านซ้าย เมนูด้านซ้ายนี้เป็นส่วนที่เป็นโครงสร้างของบัญชีในการจัดเก็บข้อมูล นอกจากกล่องจดหมาย แล้วยังมีกลุ่มของจดหมายดังนี้
o   ติดดาว: คือรายการจดหมายที่เลือกให้ติดดาวไว้เพื่อจัดแยกหมวดหมู่ของจดหมาย
o   การแชท: คือรายการการสนทนาผ่าน Google Talk ที่ผ่านมาแล้ว
o   จดหมายที่ส่งแล้ว: คือรายการจดหมายที่ถูกส่งออกไปแล้ว
o   ร่างจดหมาย: คือรายการจดหมายที่เขียนและบันทึกเป็นร่างจดหมายไว้
o   จดหมายทั้งหมด: คือรายการจดหมายทั้งหมดรวมทั้งที่เก็บลงฐานข้อมูล(Archive)ไว้ด้วย
o   จดหมายขยะ: คือรายการจดหมายที่ถูกตรวจสอบจากระบบว่าเป็น SPAM
o   ถังขยะ: คือรายการจดหมายที่ถูกลบ
·         การค้นหา: แบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้
o   ค้นหาจดหมาย: สามารถใช้ฟังก์ชั่นเพื่อค้นหาจดหมายได้โดยใส่ข้อความที่เฉพาะเจาะจงในการค้นหาแล้วกดปุ่ม ค้นหาจดหมาย
o   ค้นหาในเว็บ: สามารถใช้ฟังก์ชั่นเพื่อค้นหาข้อมูลในเว็บได้โดยใส่ข้อความที่เฉพาะเจาะจงในการค้นหาแล้วกดปุ่ม ค้นหาในเว็บ

การอ่านจดหมาย

<><><>
2. การอ่านจดหมาย เมนู INBOX     หน้าจอแรกที่ปรากฏคือ INBOX เป็นส่วนที่แสดงรายการจดหมายที่ได้รับ หากหน้าจอของท่านไม่แสดง INBOX ท่านสามารถเปิดหน้าต่างของ INBOX โดยคลิกที่ มุมบนซ้ายของหน้าต่าง 2.1 รายละเอียดต่าง ๆ ของรายการจดหมายใน INBOX มีดังนี้
สัญลักษณ์ใน inbox
Date แสดงวันที่ที่ส่งจดหมาย
From แสดงชื่อผู้ส่งจดหมาย
Subject แสดงหัวเรื่องของจดหมาย
Size แสดงขนาดของจดหมาย
หมายถึง จดหมายที่ตอบแล้ว
หมายถึึง จดหมายที่ยังไม่ได้อ่าน
หมายถึง มีแฟ้มข้อมูลส่งมากับจดหมายด้วย
หมายถึง ช่องระบุความต้องการเลือกจดหมายฉบับนั้น
  •  หากต้องการอ่านจดหมายฉบับใดให้คลิกที่ชื่อผู้ส่งหรือหัวเรื่องของจดหมายฉบับนั้น

เนื้อหาของจดหมายฉบับนั้นจะปรากฏขึ้นดังตัวอย่าง


2.4 หากต้องการอ่านจดหมายฉบับถัดไปให้คลิกเครื่องหมาย >
2.5 หากต้องการอ่านจดหมายฉบับก่อนหน้าให้คลิกเครื่องหมาย
2.6 กรณีจดหมายนั้นมีไฟล์แนบมากับจดหมายด้วย สามารถแยกไฟล์ออกจากจดหมายที่ส่งมาได้ดังนี้
2.6.1 จดหมายที่มีไฟล์ส่งมาด้วยจะปรากฏสัญลักษณ์ รูป disket พร้อมชื่อไฟล์ที่ส่งมา



  • การเก็บไฟล์ออกจากจดหมายให้คลิกที่สัญลักษณ์ รูป disket จะปรากฏหน้าต่างดังรูป

  • คลิก OK เพื่อบันทึกไฟล์ลงในไดเรกทอรีที่ต้องการ